บันทึกคนเสื้อขาว

posted on 10 Mar 2009 01:52 by koigarden in coffee-rooms

 ...

...เรื่องนี้เขียนไว้ประกอบคอลัมน์ แนะนำหนังสือ ใน "สร้างบ้านแปงเมือง" วรสารของเทศบาลนครอุดรธานี

   เลยขอนำมาชวนกันอ่าน 

   

หนังสือ บันทึกคนเสื้อขาว

เขียนโดย มาลำ (นามปากกา)

พิมพ์ครั้งที่ ๑, ตุลาคม ๒๕๕๑

สำนักพิมพ์มติชน  ราคาเล่มละ ๑๓๕ บาท

 

บันทึกคนเสื้อขาวเป็นเรื่องเล่าของเรื่องราวหลากหลายฉากชีวิต จากน้ำเสียงอันน่าฟังของพยาบาลสาว

ผู้รักและเชื่อมั่นในอาชีพของตนเองอย่างที่สุด

เรื่องแต่ละเรื่องถ่ายทอดด้วยภาษาที่เรียบง่าย งดงาม และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา

ซึ่งแม้เรื่องต่างๆ ที่บรรจุอยู่ในเล่ม จะเกิดขึ้นในโรงพยาบาล สถานที่ที่หลายคนอยากหลีกเลี่ยงให้ไกล  

แต่ทว่าเรื่องราวเหล่านั้นกลับดูใกล้ตัว และอยู่กับเราในแทบทุกฉากตอนของชีวิต เพียงแต่เรา อาจไม่เคยสนใจมอง ของชิวพต งดงาม และเต็มไปด้วยชีวิตชีวายคนอยากหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด แต่เนื้อหาภายเหรือใส่ใจรับรู้จริงจัง

ภายใต้นามปากกา มาลำซึ่งมีความหมายตามพจนานุกรมว่า เวลาค่ำมืด หรือ กลางคืน อันเป็นความหมายซ้อนถึงผู้ที่ทำงานหนักในเวลาที่คนอื่นหลับใหล

ในยามค่ำคืนดึกดื่น พยาบาลหลายๆ คนกำลังทำหน้าที่ดูแลคนไข้

อยู่กับความเป็น-ความตาย อยู่ในภาวะอันหนักอึ้งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก

สายตาของเธอเฝ้าดู และซึมซับเรื่องราวชีวิตแต่ละชีวิต ทั้งเกิดใหม่และจากไป ฉากชีวิตวนเวียนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม กับตึกใหญ่ที่อวลกลิ่นยา และความสุข-เศร้าของโลก

 

กระนั้นก็ตาม เรื่องราวแต่ละเรื่อง กลับล้วนเต็มไปด้วยความหวัง

เพราะ มาลำมองโลกด้วยหัวใจเปิดกว้าง และพร้อมที่จะส่งพลังแห่งชีวิตไปสู่ผู้อื่น

แม้ในโลกของเธอจะเต็มไปด้วยความเจ็บปวดมากมายแวดล้อม

อย่างเช่นเรื่องราวของเด็กแรกคลอดถูกทิ้งในโรงพยาบาล ในเรื่อง ปอนปอนหรือเรื่องของเด็กขายบริการในเรื่อง คำตอบเดิมในใจไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

ขณะเดียวกัน เธอยังช่วยเก็บความสุขและความปีตีที่พบเจอมาบอกเล่า ส่งต่อเราด้วยความอิ่มเอม

ดังเช่น เรื่อง ในวันที่เราอยู่ใกล้กันเมื่อเสาหลักของครอบครัวล้มเจ็บ แม่ และลูกๆ ต่างอยู่ดูแล พร้อมเป็นกำลังใจให้กับพ่อด้วยเชื่อมั่นในความรัก

 

... “เขาเป็นพ่อของลูกสามคน ผู้ชายสองคน คนสุดท้องเป็นผู้หญิง ลูกชายคนโตอายุ ๑๖ คนกลางอายุ ๗ ขบ และคนเล็ก ๓ ขวบ ต้องขนกันมานอนโรงพยาบาลพร้อมแม่ของเด็กๆ โชคดีที่ได้เข้านอนห้องพิเศษ เด็กๆ เลยมีที่นอน...

... “เช้าแล้ว หมอมาถึงพร้อมคำพูดที่เคยได้ยิน เป็นเนื้องอกที่กล่องเสียงนะ รอฟังผลชิ้นเนื้ออีกที ถ้าหายใจดี ไม่มีเสมหะ ไม่มีไข้ เริ่มกินได้จะให้กลับบ้านพร้อมท่อ และพยาบาลจะสอนวิธีการดูแลท่ออีกที ถ้าผลชิ้นเนื้อว่าเป็นมะเร็งต้องไปฉายแสงต่อ

ฉันเป็นคนเป็นพ่อน้ำตาร่วง ลูกชายรีบบอกไม่เป็นไรนะพ่อนะ ให้วันนี้ของเราดีก่อน ทำวันนี้ให้ดีที่สุด พรุ่งนี้เป็นอย่างไรค่อยว่ากัน เอาวันนี้ก่อน พ่อกินข้าวได้ก็กลับบ้านได้แล้วนะ”...

 

หรือเรื่อง ให้ฉันกอดเธอไว้ตลอดไป

เรื่องเล่าของชายสูงวัยที่ดูแลภรรยาอายุห้าสิบกว่าปีของเขาอย่างดี เพราะหลังจากป่วยเส้นเลือดในสมองแตก เธอก็ไม่สามารถเดินได้อีกเลย

ผมอุ้มเธอมาสิบกว่าปีแล้วครับ”...

ครับผมยังรักเขาเหมือนเดิม เต็มใจดูแลเขาอย่างนี้จนตายจากกัน ถึงจะเดินไม่ได้แต่เรายังได้พูดจากัน ได้อยู่ใกล้กันตลอดเวลา  ก็ถือว่าดีที่สุดแล้วละครับ”...

 

แม้เรื่องเล่าแต่ละเรื่องเกิดขึ้นในโรงพยาบาล

สถานที่ที่เราอยากหลีกห่างให้ไกลที่สุด

แต่ทุกเรื่องล้วนวนเวียนอยู่ใกล้ๆ รอบๆ ตัวเรา

ขอเพียงแต่เราจะมีกำลังใจที่เข้มแข็ง

มีความมุ่งหวังต่อชีวิตที่ดีงาม

มีความรัก และเชื่อมั่นในการส่งต่อความรัก เหมือนที่ มาลำกำลังบอกเล่ากับพวกเรา

เชื่อเถอะว่า

ความเจ็บไข้ ทุกข์และสุข ล้วนเพียงผ่านมา แล้วก็จะผ่านพ้นไป 

 

...   

 

 

Comment

Comment:

Tweet

อยากชวนให้ไปหาอ่านกันค่ะsurprised smile

#1 By koi on 2009-03-10 01:55